สงครามโลกครั้งที่ 1 สรุป (ค.ศ. 1914-1918)

หัวข้อแนะนำ

สงครามโลกครั้งที่ 1 สรุป เป็นความขัดแย้งระหว่างประเทศครั้งแรกในระดับที่ใหญ่กว่าสงครามอื่นๆ ที่เคยเกิดขึ้นในโลกก่อนศตวรรษที่ 20 เพราะสงครามครั้งนี้เป็นความขัดแย้งที่มหาอำนาจโลก เช่น อังกฤษ ฝรั่งเศส รัสเซีย เยอรมนี มีส่วนร่วมโดยตรงเมื่อสงครามเริ่มขึ้นในปี 1914 ต่อมาในปี 1915 อิตาลีเข้าร่วมสงครามหลังจากนั้นอีก 2 ปี. เมื่อสหรัฐอเมริกาเข้าสู่สงครามในปี 1917 มีประเทศในทวีปนี้ด้วย การถูกดึงดูดให้เป็นพันธมิตรในมหาสงครามหรือมหาสงคราม ถือเป็นจุดเริ่มต้นของสงครามที่รัฐที่เกี่ยวข้องใช้ทรัพยากรและอาวุธอย่างไม่จำกัดเพื่อทำลายล้างรัฐศัตรู หรือที่นักวิชาการทางทหารเรียกว่าสงครามโลกครั้งที่ 1 โดยมีศัพท์ทางวิชาการว่า สงครามครั้งนี้เป็น “สงครามรวม” (Total War)

สาเหตุของ สงครามโลกครั้งที่+1 นี้ ถ้าดูประวัติศาสตร์อันยาวนาน (Long Duration) จะพบว่าหลังสงครามครั้งใหญ่ระหว่างฝรั่งเศสกับเยอรมนีในปี พ.ศ. 2413 (ค.ศ. 1870) ยุโรปปลอดสงครามมาสี่ทศวรรษ ยุโรปอยู่ในสถานะเตรียมทำสงคราม เนื่องจากผลประโยชน์ทับซ้อนและผลประโยชน์ทับซ้อนกล่าวคือ

 

สาเหตุของการเกิด สงครามโลกครั้งที่ 1 สรุป

สงครามโลกครั้งที่ 1 สรุป ความหวาดระแวงระหว่างทั้งสองฝ่ายเป็นผลมาจากสงครามระหว่างฝรั่งเศสและปรัสเซีย (ชื่อเดิมของเยอรมนีก่อนการรวมจังหวัดเข้าเป็นประเทศเยอรมนีในปี พ.ศ. 2414) เยอรมนีมีนโยบายแยกตัวออกจากฝรั่งเศสอย่างชัดเจน เพื่อไม่ให้ฝรั่งเศสฟื้นตัวทางการเมืองและการทหารจนกลายเป็นภัยคุกคามต่อเยอรมนีเช่นกัน ในการนี้ เยอรมนีได้ทำสัญญาเป็นพันธมิตรกับประเทศในยุโรป ยกเว้นฝรั่งเศส ดูเหมือนว่าในปี พ.ศ. 2416 บิสมาร์ก นายกรัฐมนตรีสูงสุดหลังจากพระเจ้าไกเซอร์วิลเลียมที่ 2 แห่งเยอรมนี ได้จัดตั้งสันนิบาตสามจักรพรรดิขึ้น รวมทั้งจักรพรรดิแห่งเยอรมนี จักรพรรดิแห่งรัสเซีย และจักรพรรดิแห่งออสเตรีย-ฮังการี เพื่อต่อต้านการปฏิวัติในประเทศและการขยายตัวของสังคมนิยม ตลอดจนรับประกันว่าฝรั่งเศสจะไม่ถูกโดดเดี่ยว

สงครามโลกครั้งที่ 1 สาเหตุ แต่ในความเป็นจริง ลีกสามจักรพรรดิไม่ไว้วางใจซึ่งกันและกัน และรัสเซียกับออสเตรีย-ฮังการี นอกจากนี้ ยังมีข้อสงสัยว่าในช่วงสงครามไครเมีย (ค.ศ. 1854-1856) รัสเซียขยายอำนาจเข้าไปในดินแดนตุรกี อังกฤษและฝรั่งเศสเป็นพันธมิตรกับตุรกีเพื่อต่อต้านรัสเซีย โดยอังกฤษและฝรั่งเศสพยายามโน้มน้าวออสเตรีย-ฮังการี. ซึ่งเป็นพันธมิตรสำคัญของรัสเซียกลับเข้าข้างตน ขณะที่รัสเซียคาดหวังให้ออสเตรีย-ฮังการีสนับสนุนตนเอง แต่ออสเตรีย-ฮังการีกลับประกาศเป็นกลาง อังกฤษ ฝรั่งเศส และรัสเซียผิดหวังกับท่าทีของออสเตรีย-ฮังการี (โดยเฉพาะรัสเซีย) เมื่อสงครามไครเมียจบลงด้วยความพ่ายแพ้ของรัสเซีย

ความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับออสเตรีย-ฮังการีจึงมีข้อกังขาอยู่บ้าง ความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียและเยอรมนีขัดแย้งกันระหว่างข้อพิพาททางตะวันออก อันเป็นผลมาจากการที่ชนกลุ่มน้อยในคาบสมุทรบอลข่านพยายามแยกตัวออกจากการปกครองของจักรพรรดิออตโตมันหรือตุรกี เรื่องนี้เกิดขึ้นตลอดศตวรรษที่ 19 โดยทั้งรัสเซียและเยอรมนีมีส่วนร่วมในปัญหานี้ในเวลานั้น ความหวาดระแวงระหว่างเยอรมันกับรัสเซีย ประกอบกับเหตุผลที่เยอรมันไม่ต้องการให้รัสเซียเติบโตขึ้นมาเป็นภัยต่อเยอรมัน ในที่สุดเยอรมนีก็เข้าร่วมกับออสเตรีย-ฮังการีและอิตาลี (ต่อมาเรียกว่า รัสเซีย เลือกร่วมมือกับฝรั่งเศส (ต่อมาเรียกว่า การเมืองยุโรป ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ศตวรรษที่ 19-ต้นศตวรรษที่ 20 อยู่ในสภาพอึมครึมจากเหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่ 1 ซึ่งจะปะทุขึ้นในต้นศตวรรษที่ 20

 

ปัญหาเชื้อชาติและการเมืองในคาบสมุทรบอลข่าน

ประวัติ สงครามโลกครั้งที่ 1 คาบสมุทรบอลข่านเป็นที่อยู่ของคนหลายเชื้อชาติ ปัญหาทางเชื้อชาติขยายวงกว้างขึ้นเมื่อประเทศเพื่อนบ้านขนาดใหญ่เข้ามามีบทบาทสนับสนุนกลุ่มชาติพันธุ์ เช่น ในคาบสมุทรบอลข่าน รัสเซียเข้ามาสนับสนุนกลุ่มชาติพันธุ์สลาฟ เนื่องจากการสนับสนุนดังกล่าวเป็นช่องทางให้รัสเซียขยายอิทธิพลในบอลข่านหรือเซอร์เบียซึ่งเป็นประเทศสลาฟ มีความคิดที่จะรวมชาวสลาฟเข้าด้วยกันโดยจัดตั้งขบวนการ Panta

แต่ความต้องการของรัสเซียและเซอร์เบีย ไม่สามารถบรรลุเป้าหมายได้เนื่องจากออสเตรีย-ฮังการีรวมบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา เข้าสู่อาณาจักรของตน การผนวกดินแดนเหล่านี้ยิ่งทำให้อำนาจของยุโรปแตกแยก โดยออสเตรีย-ฮังการี (สนับสนุนโดยเยอรมนี) มีปัญหากับเซอร์เบีย (สนับสนุนโดยรัสเซีย) ในขณะที่รัสเซีย (ขัดแย้งกับออสเตรีย-ฮังการี) ได้รับการสนับสนุนจากอังกฤษและฝรั่งเศส

 

เหตุการณ์ลอบปลงพระชนม์มกุฏราชกุมารของออสเตรีย’-ฮังการี’

สาเหตุ สงครามโลกครั้งที่ 1  เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2457 กาฟริโล ปรินซิปี นักศึกษาชาวเซอร์เบียได้ลอบสังหารอาร์คดยุคฟรานซิส เฟอร์ดินานด์ มกุฎราชกุมารแห่งจักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการี กับดัชเชสแห่งโฮเฮนแบร์กภริยาของท่านดยุคเฟอร์ดินานด์โดยการลอบสังหารเพื่อตอบโต้การยึดครองบอสเนีย-เฮอร์เซโกวีนาของออสเตรีย-ฮังการีและขัดขวางการรวมชาติของเซอร์เบีย-สลาฟ

เมื่อท่านดยุคฟรานซิส เฟอร์ดินานด์ถึงแก่กรรม ความปรารถนาของชาวออสเตรีย-ฮังกาเรียนที่ต้องการปราบปรามขบวนการสลาฟในเซอร์เซีย เซอร์เบียสงสัยการลอบสังหารมกุฎราชกุมารแห่งออสเตรีย ประเทศฮังการี ซึ่งกลายเป็นชนวนสำคัญที่ทำให้เกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 เพราะเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2457 ออสเตรีย-ฮังการียื่นคำขาดให้เซอร์เบียสังหารมกุฎราชกุมารี ออสเตรีย-ฮังการีและขบวนการต่อต้านออสเตรียในเซอร์เบียภายใน 48 ชั่วโมง แต่เซอร์เบียไม่ยอมรับคำขอของออสเตรีย-ฮังการี มีการระดมกำลังทหารในวันที่ 25 กรกฎาคมของปีเดียวกัน รัสเซียแสดงการสนับสนุนอย่างเต็มที่สำหรับเซอร์เบีย วันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2457 ออสเตรีย-ฮังการีประกาศสงครามกับเซอร์เบีย

ชนวน สงครามโลกครั้งที่ 1  การประกาศสงครามกับเซอร์เบียของออสเตรีย-ฮังการี เป็นจุดเริ่มต้นที่แท้จริงของสงครามโลกครั้งที่ 1 เมื่อประเทศพันธมิตรทั้งสองเข้าร่วมโดยข้อตกลงของพันธมิตร นอกจากนี้ยังมีประเทศที่ยังไม่ได้เข้าสู่สนธิสัญญาอย่างเป็นทางการในฐานะพันธมิตรของประเทศศัตรู โดยรัสเซียซึ่งไม่ได้ทำสนธิสัญญาพันธมิตรอย่างเป็นทางการกับเซอร์เบีย แต่สนับสนุนเซอร์เบียในการเผชิญหน้ากับออสเตรีย-ฮังการี ประกาศสงครามกับเซอร์เบีย ในขณะที่เยอรมนีซึ่งเป็นพันธมิตรของออสเตรีย-ฮังการีปฏิบัติตามเงื่อนไขของสนธิสัญญาไตรภาคีที่เยอรมนี อิตาลี ออสเตรีย-ฮังการีได้รับมอบหมาย ความช่วยเหลือแก่ประเทศคู่สัญญา หากประเทศใดถูกฝรั่งเศสหรือรัสเซียรุกราน เยอรมนีจึงประกาศสงครามกับรัสเซีย ตามด้วยฝรั่งเศส เมื่อเยอรมนีบุกเบลเยียมในวันที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2457 อังกฤษก็กระโดดเข้าร่วมสงครามด้วย

 

การเข้าสู่สงครามของสหรัฐอเมริกาและการสิ้นสุดของสงครามโลกครั้งที่  1

สงครามโลกครั้งที่ 1 สรุป ตั้งแต่ปี 1914 สงครามระหว่างเยอรมนีกับออสเตรีย-ฮังการีและพันธมิตรทวิภาคี (ฝรั่งเศสและรัสเซีย) และอังกฤษซึ่งเป็นพันธมิตรสำคัญเติบโตอย่างต่อเนื่อง สถานการณ์ในปี 2457-2460 ดำเนินไปในลักษณะที่ทั้งสองฝ่ายนำเทคโนโลยีใหม่เข้าสู่การต่อสู้ มีการสูญเสียกำลังพลอย่างมาก ในขณะเดียวกันต่างฝ่ายต่างดึงพันธมิตรเข้าสู่สงคราม ในปี 1914 ญี่ปุ่นประกาศสงครามกับเยอรมนี ในปี 1915 อิตาลีเข้าร่วมสงครามกับเยอรมนีและออสเตรีย-ฮังการี หลังจากนั้นในช่วงปี พ.ศ. 2459-2460 โปรตุเกส สหรัฐอเมริกา เข้าสู่สงครามโดยเข้าข้างอังกฤษและฝรั่งเศส

การมีส่วนร่วมของสหรัฐอเมริกาในสงครามเป็นปัจจัยสำคัญในอำนาจพันธมิตรที่นำโดยอังกฤษและฝรั่งเศส เริ่มกลับมาเป็นฝ่ายได้เปรียบในกลุ่มประเทศไตรภาคี (เยอรมนี ออสเตรีย-ฮังการี อิตาลี) เนื่องจากฝ่ายสัมพันธมิตรมีทหารหลายแสนนาย พร้อมกับการสนับสนุนทางอาวุธจากสหรัฐอเมริกาจนสามารถชนะฝ่ายไตรภาคีได้เมื่อปลายปี พ.ศ. 2461 ซึ่งเรียกว่าสนธิสัญญาสงบศึก “สนธิสัญญาแวร์ซาย” ระหว่างเยอรมนีและพันธมิตรเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2462 ออสเตรีย-ฮังการีลงนามสงบศึกกับฝ่ายสัมพันธมิตรในปาดัวเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2461

จุดเริ่มต้น สงครามโลกครั้งที่ 1  การสงบศึกกับฝ่ายสัมพันธมิตรส่งผลให้จักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการีแยกออกเป็นออสเตรียและฮังการี เยอรมนีถูกแยกออกจากปรัสเซียตะวันออก ที่ตั้งขึ้นในโปแลนด์ รวมทั้งเยอรมนีต้องจ่ายค่าปฏิกรรมสงครามแก่ฝ่ายสัมพันธมิตรหลายพันล้านดอลลาร์ จำกัดจำนวนทหารสูงสุด 100,000 นาย และไม่มีอาวุธหนัก เรือดำน้ำ หรือเครื่องบิน

 

บทความที่เกี่ยวข้อง